ปัญหาขององค์กรบริการหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับเราบทความขอคำปรึกษาฟรี →
KPI & BSC

ทำไม KPI 80 ตัวถึงแย่กว่า KPI 12 ตัว — หลักการ Focus ที่เปลี่ยนองค์กร

เมษายน 2567 อ่าน 6 นาที พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล

ผมเคยถามผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทเทรดดิ้งรายหนึ่งว่า "ตอนนี้คุณมี KPI กี่ตัว?" เขาตอบว่า "ประมาณ 45 ตัวครับ" แล้วยิ้มเหนื่อยๆ ก่อนจะพูดต่อว่า "แต่จริงๆ ก็ไม่รู้จะดูตัวไหนก่อน"

นี่คือปัญหาของ KPI ที่มากเกินไป เมื่อทุกอย่างสำคัญ ก็ไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป และเมื่อทีมไม่รู้ว่าควรโฟกัสที่อะไร พลังงานและเวลาก็กระจายออกไปทุกทิศทาง ผลลัพธ์คือทุกคนยุ่งมาก แต่องค์กรไม่ได้ขยับไปข้างหน้า

ทำไม KPI ถึงล้นองค์กร?

KPI ที่มากเกินไปมักเกิดจากความพยายามที่ดีในตอนแรก ผู้บริหารต้องการวัดทุกมิติของธุรกิจ ทุกแผนกอยากมี KPI เป็นของตัวเอง และในทุก Workshop ระดมสมองก็มี KPI ใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยไม่ค่อยมีใครกล้าตัดตัวเก่าออก

ผลลัพธ์ที่ได้คือ Dashboard ที่เต็มไปด้วยตัวเลขหลายสิบหลายร้อยตัว รายงานรายเดือนที่หนาเป็นร้อยหน้า และการประชุมที่พูดเรื่อง KPI แต่ไม่ได้ตัดสินใจอะไรจริงๆ

"If everything is a priority, nothing is a priority." — Stephen Covey กล่าวไว้ และนี่คือความจริงที่โหดที่สุดของการบริหาร KPI

หลักการ 80/20 กับ KPI

กฎ Pareto หรือหลักการ 80/20 บอกว่า 20% ของสิ่งที่คุณทำ สร้าง 80% ของผลลัพธ์ สิ่งนี้ใช้ได้กับ KPI เช่นกัน ในบรรดา KPI ทั้งหมดขององค์กร มีเพียง 20% เท่านั้นที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่แท้จริง ส่วนที่เหลือเป็นแค่ Vanity Metrics ที่รู้สึกดีแต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

การค้นหาว่า KPI 20% ไหนที่สำคัญจริงๆ คือทักษะที่ต้องใช้ทั้งข้อมูล ประสบการณ์ และความกล้าที่จะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก

หลักการ WIG จาก 4DX

หนังสือ "The 4 Disciplines of Execution" (4DX) แนะนำแนวคิด WIG — Wildly Important Goal ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด 1-3 อย่างที่ทีมต้องโฟกัสในช่วงเวลาที่กำหนด

ผู้เขียน Chris McChesney และ Sean Covey พบจากการทดสอบกับองค์กรหลายร้อยแห่งว่า เมื่อทีมมีเป้าหมายมากกว่า 3 อย่างพร้อมกัน โอกาสที่จะทำสำเร็จแม้แต่ข้อเดียวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

หลักการเลือก WIG

  • ต้องเป็น "เกมเปลี่ยน" — ถ้าทำสำเร็จจะเปลี่ยนผลลัพธ์ขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด
  • ต้องวัดได้ชัดเจน มีตัวเลขเริ่มต้นและเป้าหมายและ Deadline
  • ทีมต้องรับผิดชอบได้จริง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกทั้งหมด
  • มีได้ไม่เกิน 3 อย่างต่อทีมในแต่ละช่วงเวลา

ตัวอย่าง: บริษัทโลจิสติกส์ที่ลด KPI จาก 67 เหลือ 11 ตัว

ผมเคยทำงานกับบริษัทโลจิสติกส์ขนาดกลางในภาคตะวันออกที่มี KPI รวมกัน 67 ตัวทั่วทั้งองค์กร ทุกเดือนทีมผู้บริหารใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการประชุมเพื่อดูตัวเลข แต่ยังแก้ปัญหาหลักไม่ได้ คือการส่งสินค้าล่าช้า

เราเริ่มด้วยการถามว่า "ถ้าคุณต้องเลือก KPI เดียวที่บ่งบอกว่าธุรกิจนี้สุขภาพดี คือตัวไหน?" คำตอบที่ได้คือ "อัตราการส่งสินค้าตรงเวลา" จากนั้นเราก็หา KPI ที่ขับเคลื่อนตัวนั้น และตัดทิ้งส่วนที่เหลือ

หลังจาก 6 เดือนที่โฟกัสกับ KPI เพียง 11 ตัว อัตราการส่งตรงเวลาขึ้นจาก 73% เป็น 91% และการประชุมรายเดือนลดเหลือ 45 นาทีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ขั้นตอนลด KPI ให้มีความหมาย

การลด KPI ไม่ใช่แค่การตัดตัวเลขออก แต่เป็นการคิดทบทวนว่าองค์กรต้องการไปที่ไหนและจะวัดความคืบหน้าอย่างไร

5 ขั้นตอนสู่ KPI ที่มีพลัง

  • ขั้น 1: รวบรวม — ทำรายการ KPI ทั้งหมดที่องค์กรใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • ขั้น 2: จัดกลุ่ม — แบ่งเป็น Strategic KPI, Operational KPI และ Diagnostic KPI
  • ขั้น 3: ถามคำถาม — แต่ละตัวมีผลต่อการตัดสินใจจริงไหม? ถ้าไม่ ตัดออก
  • ขั้น 4: เลือก WIG — เป้าหมายสำคัญที่สุด 1-3 อย่างสำหรับปีนี้คืออะไร?
  • ขั้น 5: ทบทวนรายไตรมาส — KPI ไม่ใช่ของถาวร ควรปรับให้สอดคล้องกับกลยุทธ์

Lead Measure vs Lag Measure — ความต่างที่เปลี่ยนเกม

KPI ส่วนใหญ่ที่องค์กรใช้เป็น Lag Measure หรือตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ยอดขาย กำไร ส่วนแบ่งตลาด สิ่งเหล่านี้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้คุณทำอะไรได้ทันที

Lead Measure คือสิ่งที่คุณทำได้วันนี้เพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์พรุ่งนี้ เช่น จำนวนนัดพบลูกค้าใหม่ต่อสัปดาห์ อัตราการตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง หรือจำนวนชั่วโมงฝึกอบรมต่อเดือน

องค์กรที่ดีต้องมีทั้งสองประเภท แต่ Lead Measure คือสิ่งที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมรายวันของทีม

สิ่งที่ควรทำสัปดาห์นี้

ลองทำแบบทดสอบง่ายๆ นี้กับ KPI ขององค์กรคุณ: เปิด Dashboard ขึ้นมาแล้วถามตัวเองว่า ถ้าตัวเลขนี้แย่ลง คุณจะทำอะไรต่าง? ถ้าคำตอบคือ "ไม่รู้" หรือ "ก็ไม่ได้ทำอะไรต่าง" แสดงว่า KPI ตัวนั้นอาจไม่จำเป็น

เป้าหมายคือมี KPI ที่ทุกคนในทีมรู้ว่า "ถ้าตัวนี้ดี แปลว่าเราทำถูกทาง" และรู้ว่าต้องทำอะไรทุกวันเพื่อให้ตัวเลขนั้นดีขึ้น


เขียนโดย พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล — Founder & MD, PS Consultant Co., Ltd. | ประสบการณ์ที่ปรึกษากว่า 25 ปี

← กลับหน้าบทความ ขอคำปรึกษาฟรี
Line @psconsultant