มีสุภาษิตจีนที่พ่อค้าไทยเชื้อสายจีนรุ่นเก่ารู้จักกันดีว่า "รุ่นแรกสร้าง รุ่นสองรักษา รุ่นสามทำลาย" ความจริงที่โหดร้ายนี้ไม่ได้เป็นแค่วัฒนธรรมจีน แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงไทย
จากสถิติทั่วโลก ธุรกิจครอบครัวมีอัตราการอยู่รอดถึงรุ่นที่ 2 ประมาณ 30% และถึงรุ่นที่ 3 เพียง 12% เท่านั้น ในบริบทไทย ผมเห็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันในงานที่ปรึกษาตลอดกว่า 25 ปี
สาเหตุที่ 1: ไม่มี Succession Plan ที่ชัดเจน
ปัญหาแรกและพบบ่อยที่สุดคือผู้ก่อตั้งไม่ได้วางแผนการส่งต่ออำนาจอย่างจริงจัง หลายคนรู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรง ยังไม่ถึงเวลา หรือกลัวว่าถ้าพูดเรื่องนี้จะเป็นการ "แบ่งสมบัติ" ที่ทำให้ลูกๆ ขัดแย้งกัน ผลคือเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
Succession Plan ที่ดีต้องทำอย่างน้อย 5-10 ปีก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะถอยออก เพราะการพัฒนาผู้นำรุ่นต่อไปต้องใช้เวลา และต้องทำในขณะที่ผู้ก่อตั้งยังอยู่เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างความน่าเชื่อถือให้ทายาท
สาเหตุที่ 2: ความขัดแย้งระหว่าง Family กับ Business
ธุรกิจครอบครัวมีความท้าทายเฉพาะตัวที่บริษัทมหาชนไม่มี คือการที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวและความสัมพันธ์ทางธุรกิจปนกันจนแยกไม่ออก เมื่อลูกชายคนโตได้ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปทั้งที่ฝีมืออาจด้อยกว่าผู้จัดการจากภายนอก พนักงานเก่งๆ ก็ลาออก เพราะเห็นว่าไม่มีโอกาสก้าวหน้าจริงๆ
ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการแยก "Family Forum" ออกจาก "Board Meeting" ให้ชัดเจน เรื่องครอบครัวคุยในที่ประชุมครอบครัว เรื่องธุรกิจตัดสินใจตามกระบวนการ Board ที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน
ธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จข้ามรุ่นไม่ได้ไม่มีความขัดแย้ง — แต่มีระบบในการจัดการความขัดแย้งนั้น
สาเหตุที่ 3: ไม่มี Family Governance
Family Governance คือชุดของกฎ ค่านิยม และกระบวนการที่ครอบครัวตกลงกันในการบริหารจัดการธุรกิจและทรัพย์สินของครอบครัว สิ่งนี้ต้องทำในขณะที่ทุกคนยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ใช่รอให้มีความขัดแย้งก่อนแล้วค่อยมาทำ
Family Charter หรือกฎบัตรครอบครัวเป็นเอกสารที่บันทึกค่านิยม วิสัยทัศน์ และกฎเกณฑ์ของครอบครัวในการเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น สมาชิกครอบครัวต้องมีคุณสมบัติอะไรถึงจะเข้ามาทำงานในบริษัท, เงินปันผลจ่ายอย่างไร, ถ้าจะขายหุ้นทำอย่างไร
สิ่งที่ควรมีใน Family Charter
- ค่านิยมหลักและวิสัยทัศน์ของครอบครัวต่อธุรกิจ
- นโยบายการจ้างสมาชิกครอบครัว (คุณสมบัติ ขั้นตอน เงินเดือน)
- โครงสร้าง Family Council และหน้าที่ความรับผิดชอบ
- นโยบายการจ่ายเงินปันผลและการลงทุนใหม่
- กระบวนการแก้ไขข้อขัดแย้งในครอบครัว
- แผน Succession และเกณฑ์การเลือกผู้นำรุ่นต่อไป
สาเหตุที่ 4: Gen Next ไม่พร้อม
ทายาทรุ่นที่ 2 หรือ 3 หลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่มีความสุขสบาย ไม่เคยเผชิญกับความยากลำบากแบบที่รุ่นผู้ก่อตั้งเผชิญ และอาจไม่ได้มีความหลงใหลในธุรกิจนี้เหมือนกัน การบังคับให้ทายาทมาสืบทอดธุรกิจที่เขาไม่ได้รัก มักจบด้วยผลลัพธ์ที่แย่ทั้งสำหรับธุรกิจและสำหรับชีวิตของทายาทเอง
องค์กรครอบครัวที่ประสบความสำเร็จข้ามรุ่นมักเริ่มพัฒนาทายาทตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านการให้ทำงานจริงในตำแหน่งล่างๆ ก่อน ส่งไปเรียนรู้ในองค์กรอื่นก่อนกลับมา และให้เวลาในการค้นหาว่าตัวเองอยากมีบทบาทอะไรในธุรกิจครอบครัว
บทบาทของ Family Council
Family Council คือองค์กรของสมาชิกครอบครัวที่ทำหน้าที่เป็น "เสียง" ของครอบครัวต่อ Board of Directors ของบริษัท ไม่ใช่ทุกคนในครอบครัวต้องนั่งอยู่ใน Board แต่ทุกคนควรมีช่องทางในการรับรู้ข้อมูลและแสดงความเห็นผ่าน Family Council
Family Council ที่ดีควรประชุมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง มีวาระที่ชัดเจน และมีการบันทึก Minutes ที่สมาชิกทุกคนรับทราบ การทำแบบนี้ลดการ "คุยลับ" หรือการตัดสินใจนอก Forum ที่มักนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง
ก้าวแรกในวันนี้
ถ้าคุณกำลังบริหารธุรกิจครอบครัว คำถามที่สำคัญที่สุดที่ควรตอบในวันนี้คือ "ถ้าวันพรุ่งนี้คุณไม่สามารถมาทำงานได้ ธุรกิจจะดำเนินต่อได้หรือไม่ และใครจะเป็นคนตัดสินใจในเรื่องสำคัญ?"
ถ้าคำตอบยังไม่ชัดเจน นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเริ่มวางแผน Family Governance และ Succession อย่างจริงจังแล้ว ยิ่งทำเร็ว ยิ่งมีเวลาทำให้ดีขึ้น
เขียนโดย พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล — Founder & MD, PS Consultant Co., Ltd. | ประสบการณ์ที่ปรึกษากว่า 25 ปี