ปัญหาขององค์กรบริการหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับเราบทความขอคำปรึกษาฟรี →
ESG

Carbon Footprint คืออะไร — คู่มือเริ่มต้นสำหรับธุรกิจไทยที่ไม่รู้จะเริ่มจากไหน

มิถุนายน 2566 อ่าน 9 นาที พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล

ในการประชุมผู้บริหารครั้งหนึ่ง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทอาหารแปรรูปรายหนึ่งถามผมว่า "คู่ค้าญี่ปุ่นของเราส่งแบบฟอร์มมาขอ Carbon Footprint Data ของเรา ผมไม่รู้ว่าต้องหาตัวเลขนี้จากไหน และจริงๆ แล้วมันคืออะไร?" คำถามนี้พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ และจะพบบ่อยขึ้นอีกในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

Carbon Footprint คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมขององค์กร วัดในหน่วย tCO₂e (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อเริ่มต้น โดยไม่ต้องมีพื้นหลังด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

Scope 1, 2, 3 คืออะไร — หัวใจของการวัด Carbon Footprint

มาตรฐาน GHG Protocol แบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 Scope ตามแหล่งที่มา เพื่อให้ชัดเจนว่าองค์กรควรรับผิดชอบส่วนไหน

Scope 1 — การปล่อยโดยตรง (Direct Emissions)

การเผาไหม้ที่เกิดจากแหล่งที่องค์กรเป็นเจ้าของหรือควบคุมโดยตรง

  • เผาไหม้เชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ เตาเผา เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงงาน
  • รถยนต์ในกองยานพาหนะของบริษัท
  • การรั่วไหลของสารทำความเย็น (Refrigerants)
  • ตัวอย่าง: โรงงานที่ใช้ LPG หุงต้ม → Scope 1

Scope 2 — การปล่อยทางอ้อมจากพลังงาน (Indirect Energy Emissions)

การปล่อยจากการผลิตพลังงานที่องค์กรซื้อมาใช้ แต่การปล่อยเกิดที่โรงไฟฟ้า

  • ไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า
  • ไอน้ำหรือความร้อนที่ซื้อจากภายนอก
  • ตัวอย่าง: ห้างสรรพสินค้าที่ใช้ไฟฟ้าเปิดแอร์ตลอดวัน → Scope 2

Scope 3 — การปล่อยทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions)

การปล่อยที่เกิดในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ทั้ง Upstream และ Downstream

  • Upstream: การผลิตวัตถุดิบ การขนส่งของ Supplier
  • Downstream: การใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้า การกำจัดซาก
  • การเดินทางทางอากาศของพนักงาน
  • ตัวอย่าง: บริษัทขายรถยนต์ → การที่ลูกค้าขับรถ → Scope 3

สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่ม แนะนำให้เริ่มจาก Scope 1 และ Scope 2 ก่อน เพราะข้อมูลหาได้ง่ายกว่า และเมื่อสะสมประสบการณ์แล้วค่อยขยายไปถึง Scope 3

ทำไมต้องวัด Carbon Footprint?

นอกจากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม ยังมีเหตุผลทางธุรกิจที่จับต้องได้มากกว่านั้น

  • คู่ค้าต่างประเทศต้องการข้อมูล: โดยเฉพาะในยุโรปและญี่ปุ่น ที่กำหนดเป้า Net Zero และต้องการข้อมูล Scope 3 จาก Supplier
  • EU Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM): ผู้ส่งออกไปยุโรปในอุตสาหกรรมบางประเภทต้องเปิดเผยข้อมูล Carbon ตั้งแต่ปี 2026
  • ลดต้นทุนพลังงาน: การวัดและลด Carbon มักนำไปสู่การค้นพบการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองและสามารถลดได้
  • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ: บริษัทที่มีข้อมูล Carbon ชัดเจนได้เปรียบในการประมูลงานจากบริษัทที่มีนโยบาย ESG

ขั้นตอน 5 ขั้นในการเริ่มวัด Carbon Footprint

แผนปฏิบัติ 6 เดือนแรก

  • ขั้น 1 — กำหนดขอบเขต (1-2 สัปดาห์): ตัดสินใจว่าจะวัด Carbon ของส่วนไหนของธุรกิจก่อน เช่น เฉพาะสำนักงานใหญ่ หรือรวมโรงงานทุกแห่ง
  • ขั้น 2 — เก็บข้อมูล Activity Data (1-2 เดือน): รวบรวมข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ หน่วยไฟฟ้าที่ซื้อ และกิจกรรมอื่นๆ ย้อนหลัง 12 เดือน
  • ขั้น 3 — คำนวณ (2-4 สัปดาห์): ใช้ Emission Factors ที่เหมาะสม (IPCC, Thailand's National Inventory) คูณกับ Activity Data เพื่อได้ tCO₂e
  • ขั้น 4 — วิเคราะห์และตั้งเป้า (2-4 สัปดาห์): ระบุ Hotspot ที่ปล่อย Carbon มากที่สุด และกำหนดเป้าหมายลดที่วัดได้
  • ขั้น 5 — รายงานและปรับปรุง (ต่อเนื่อง): จัดทำ Carbon Report และใช้เป็น Baseline สำหรับปีถัดไป

เครื่องมือฟรีที่ใช้ได้ทันที

ไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงในการเริ่มต้น มีเครื่องมือฟรีหลายอย่างที่ใช้ได้ดีสำหรับ SME

  • GHG Protocol Tools: Spreadsheet Template ฟรีจาก ghgprotocol.org สำหรับคำนวณ Scope 1 และ 2
  • Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO): องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มีเครื่องมือและคู่มือภาษาไทย
  • Carbon Footprint for Organization (CFO) Tool: เครื่องมือคำนวณที่ TGO พัฒนาขึ้นสำหรับองค์กรไทย
  • EPA GHG Equivalencies Calculator: ช่วยแปลงตัวเลข Carbon ให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น เทียบเท่ากับรถยนต์กี่คัน

เป้าหมาย Net Zero ของไทย — บริบทที่ธุรกิจต้องรู้

ไทยประกาศเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 ซึ่งหมายความว่าภาครัฐจะออกนโยบายและกฎระเบียบที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจลด Carbon อย่างต่อเนื่องในอีก 40 ปีข้างหน้า

ธุรกิจที่เริ่มวัดและลด Carbon วันนี้จะมีความได้เปรียบในการปรับตัวเมื่อกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น และมีข้อมูลที่พิสูจน์ความพยายามของตัวเองต่อ Stakeholder

ก้าวแรกที่ทำได้วันนี้คือดึงข้อมูลบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน 12 เดือนล่าสุดออกมา แล้วลองคำนวณว่าองค์กรของคุณปล่อย CO₂ ประมาณเท่าไหร่ในปีที่แล้ว ตัวเลขนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Carbon Management Journey ของคุณ


เขียนโดย พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล — Founder & MD, PS Consultant Co., Ltd. | ประสบการณ์ที่ปรึกษากว่า 25 ปี

← กลับหน้าบทความ ขอคำปรึกษาฟรี
Line @psconsultant