ในการประชุมผู้บริหารครั้งหนึ่ง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทอาหารแปรรูปรายหนึ่งถามผมว่า "คู่ค้าญี่ปุ่นของเราส่งแบบฟอร์มมาขอ Carbon Footprint Data ของเรา ผมไม่รู้ว่าต้องหาตัวเลขนี้จากไหน และจริงๆ แล้วมันคืออะไร?" คำถามนี้พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ และจะพบบ่อยขึ้นอีกในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
Carbon Footprint คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมขององค์กร วัดในหน่วย tCO₂e (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อเริ่มต้น โดยไม่ต้องมีพื้นหลังด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
Scope 1, 2, 3 คืออะไร — หัวใจของการวัด Carbon Footprint
มาตรฐาน GHG Protocol แบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 Scope ตามแหล่งที่มา เพื่อให้ชัดเจนว่าองค์กรควรรับผิดชอบส่วนไหน
Scope 1 — การปล่อยโดยตรง (Direct Emissions)
การเผาไหม้ที่เกิดจากแหล่งที่องค์กรเป็นเจ้าของหรือควบคุมโดยตรง
- เผาไหม้เชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ เตาเผา เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงงาน
- รถยนต์ในกองยานพาหนะของบริษัท
- การรั่วไหลของสารทำความเย็น (Refrigerants)
- ตัวอย่าง: โรงงานที่ใช้ LPG หุงต้ม → Scope 1
Scope 2 — การปล่อยทางอ้อมจากพลังงาน (Indirect Energy Emissions)
การปล่อยจากการผลิตพลังงานที่องค์กรซื้อมาใช้ แต่การปล่อยเกิดที่โรงไฟฟ้า
- ไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า
- ไอน้ำหรือความร้อนที่ซื้อจากภายนอก
- ตัวอย่าง: ห้างสรรพสินค้าที่ใช้ไฟฟ้าเปิดแอร์ตลอดวัน → Scope 2
Scope 3 — การปล่อยทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions)
การปล่อยที่เกิดในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ทั้ง Upstream และ Downstream
- Upstream: การผลิตวัตถุดิบ การขนส่งของ Supplier
- Downstream: การใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้า การกำจัดซาก
- การเดินทางทางอากาศของพนักงาน
- ตัวอย่าง: บริษัทขายรถยนต์ → การที่ลูกค้าขับรถ → Scope 3
สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่ม แนะนำให้เริ่มจาก Scope 1 และ Scope 2 ก่อน เพราะข้อมูลหาได้ง่ายกว่า และเมื่อสะสมประสบการณ์แล้วค่อยขยายไปถึง Scope 3
ทำไมต้องวัด Carbon Footprint?
นอกจากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม ยังมีเหตุผลทางธุรกิจที่จับต้องได้มากกว่านั้น
- คู่ค้าต่างประเทศต้องการข้อมูล: โดยเฉพาะในยุโรปและญี่ปุ่น ที่กำหนดเป้า Net Zero และต้องการข้อมูล Scope 3 จาก Supplier
- EU Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM): ผู้ส่งออกไปยุโรปในอุตสาหกรรมบางประเภทต้องเปิดเผยข้อมูล Carbon ตั้งแต่ปี 2026
- ลดต้นทุนพลังงาน: การวัดและลด Carbon มักนำไปสู่การค้นพบการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองและสามารถลดได้
- เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ: บริษัทที่มีข้อมูล Carbon ชัดเจนได้เปรียบในการประมูลงานจากบริษัทที่มีนโยบาย ESG
ขั้นตอน 5 ขั้นในการเริ่มวัด Carbon Footprint
แผนปฏิบัติ 6 เดือนแรก
- ขั้น 1 — กำหนดขอบเขต (1-2 สัปดาห์): ตัดสินใจว่าจะวัด Carbon ของส่วนไหนของธุรกิจก่อน เช่น เฉพาะสำนักงานใหญ่ หรือรวมโรงงานทุกแห่ง
- ขั้น 2 — เก็บข้อมูล Activity Data (1-2 เดือน): รวบรวมข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ หน่วยไฟฟ้าที่ซื้อ และกิจกรรมอื่นๆ ย้อนหลัง 12 เดือน
- ขั้น 3 — คำนวณ (2-4 สัปดาห์): ใช้ Emission Factors ที่เหมาะสม (IPCC, Thailand's National Inventory) คูณกับ Activity Data เพื่อได้ tCO₂e
- ขั้น 4 — วิเคราะห์และตั้งเป้า (2-4 สัปดาห์): ระบุ Hotspot ที่ปล่อย Carbon มากที่สุด และกำหนดเป้าหมายลดที่วัดได้
- ขั้น 5 — รายงานและปรับปรุง (ต่อเนื่อง): จัดทำ Carbon Report และใช้เป็น Baseline สำหรับปีถัดไป
เครื่องมือฟรีที่ใช้ได้ทันที
ไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงในการเริ่มต้น มีเครื่องมือฟรีหลายอย่างที่ใช้ได้ดีสำหรับ SME
- GHG Protocol Tools: Spreadsheet Template ฟรีจาก ghgprotocol.org สำหรับคำนวณ Scope 1 และ 2
- Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO): องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มีเครื่องมือและคู่มือภาษาไทย
- Carbon Footprint for Organization (CFO) Tool: เครื่องมือคำนวณที่ TGO พัฒนาขึ้นสำหรับองค์กรไทย
- EPA GHG Equivalencies Calculator: ช่วยแปลงตัวเลข Carbon ให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น เทียบเท่ากับรถยนต์กี่คัน
เป้าหมาย Net Zero ของไทย — บริบทที่ธุรกิจต้องรู้
ไทยประกาศเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 ซึ่งหมายความว่าภาครัฐจะออกนโยบายและกฎระเบียบที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจลด Carbon อย่างต่อเนื่องในอีก 40 ปีข้างหน้า
ธุรกิจที่เริ่มวัดและลด Carbon วันนี้จะมีความได้เปรียบในการปรับตัวเมื่อกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น และมีข้อมูลที่พิสูจน์ความพยายามของตัวเองต่อ Stakeholder
ก้าวแรกที่ทำได้วันนี้คือดึงข้อมูลบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน 12 เดือนล่าสุดออกมา แล้วลองคำนวณว่าองค์กรของคุณปล่อย CO₂ ประมาณเท่าไหร่ในปีที่แล้ว ตัวเลขนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Carbon Management Journey ของคุณ
เขียนโดย พงศ์ภณัฏ เกียรติสี่สกุล — Founder & MD, PS Consultant Co., Ltd. | ประสบการณ์ที่ปรึกษากว่า 25 ปี